MyDeaR's profile~(-- )...DeAr...( --)~PhotosBlogNetwork Tools Help

Blog


    June 27

    ว่ากันว่า ปีสี่แล้ว สบาย


    ตายๆๆ


    ถ้างานยัง ยุ่งยาก เยอะแยะ อย่างงี้

    ต้องตายก่อนจบแน่ๆ

    ----------------------------------------------------

    ในคืนที่เงียบเหงา ที่ไม่มีแม้แสงไฟ

    อยู่บนถนนที่ยาวไกล เหม่อมองออกไปสุดสายตา
    สิ่งดีๆ ที่หายไปกับความหม่นหมองของดวงจันทร์
    วุ่นวายสับสนมารวมกันแต่ว่าฉันยังคงต้องเดินทาง

    วันและคืนมีความต่าง
    จะสุขจะเศร้าอะไร ก็เพียงแค่พริบตา
    หากจะรอจนเช้า

    ค่ำคืนที่มืดมิดฉันเดินออกไป
    ความเหงาเข้าปกคลุมฉัน
    ฉันได้แต่กลัวเพราะฉันไม่มีใคร
    ไม่ว่าจะหันไปทางใด มองไปบนฟ้าไม่มีแม้แสงจันทร์

    แล้วเจ้าดวงอาทิตย์แค่เพียงอึดใจ
    สาดแสงทองส่องให้ฉันเห็นตอนเช้า
    ช่างแสนสบายใจ
    ปลดปล่อยเอาความกลัวทิ้งไป แค่ให้เวลาเปลี่ยน

    ไม่เจอคงไม่เห็นความต่าง
    จากคืนมืดมิดที่ยาวนาน
    เปลี่ยนเป็นท้องฟ้าที่ใสสว่าง
    เป็นธรรมดาที่โลกต้องหมุนไป

    วันและคืนมีความต่าง
    จะสุขจะเศร้าอะไร ก็เพียงแค่พริบตา
    หากจะรอจนเช้า

    ค่ำคืนที่มืดมิดฉันเดินออกไป
    ความเหงาเข้าปกคลุมฉัน
    ฉันได้แต่กลัวเพราะฉันไม่มีใคร
    ไม่ว่าจะหันไปทางใด มองไปบนฟ้าไม่มีแม้แสงจันทร์

    แล้วเจ้าดวงอาทิตย์แค่เพียงอึดใจ
    สาดแสงทองส่องให้ฉันเห็นตอนเช้า
    ช่างแสนสบายใจ
    ปลดปล่อยเอาความกลัวทิ้งไป แค่ให้เวลาเปลี่ยน

    ค่ำคืนที่มืดมิดฉันเดินออกไป
    ความเหงาเข้าปกคลุมฉัน
    ฉันได้แต่กลัวเพราะฉันไม่มีใคร
    ไม่ว่าจะหันไปทางใด มองไปบนฟ้าไม่มีแม้แสงจันทร์

    แล้วเจ้าดวงอาทิตย์แค่เพียงอึดใจ
    สาดแสงทองส่องให้ฉันเห็นตอนเช้า
    ช่างแสนสบายใจ
    ปลดปล่อยเอาความกลัวทิ้งไป แค่ให้เวลาเปลี่ยน

    May 24

    สยามสแควร์

     
    ไม่ได้ไปเดินฝั่งสยามมานานแค่ไหนแล้วไม่รู้
     
    วันนี้รู้สึกเหมือนกลุ่มคนแก่ๆ
     
    มองเห็นสยามเต็มไปด้วยเด็กน่ารังเกียจ
     
    ที่นอกจากจะพยายามแต่งตัวแนวๆ
     
    แต่ออกมาประหลาดๆได้อย่างมั่นใจเต็มที่แล้ว
     
    ยังนิสัยแย่ ไร้มารยาท เดินหัวเกรียนๆ ทำตัวกร่างๆ
     
    แต่ยังงัยสุดท้ายแม้ว่ามนุษย์หัวโบราณที่อยู่ในรถ
     
    อยากจะวิ่งเข้าไปเอาน้ำสาดมนุษย์เด็กมัธยมผู้โง่เง่าจำนวนมากที่พ่นควันพิษอยู่เต็มไปหมดเพียงใด
     
    ก้ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
     
     
    อยากไปให้ไกลสังคมที่เน่าเฟะนี่โดยเร็วเสียจริง
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    ให้ตายเถอะ ห้าทุ่มแล้วลาดพร้าวรถยังติดได้
     
    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    February 12

    รู้สึกดี???


    บางที่ใช้เวลาแค่ ไม่กี่เดือน ก้เรียกได้ว่า  รัก อย่างเต็มปาก


    เพียงแค่เปิดใจและยอมรับ บ้าง ก้ได้


    แต่กับบางที่เวลา เป็นปี ก้ไม่สามารถทำให้เกิดได้แม้แต่ ความผูกพัน


    ความสนุกสนานที่เกิดชั่วครั้งชั่วคราวกับสิ่งเดิมๆ


    ความเบื่อหน่าย เหน็ดเหนื่อยใจแบบเดิมๆ


    มาจากความไม่เข้าใจเรื่องเดิมๆ ของคนเดิมๆ


    ที่ดีแต่พูด


    ไม่เรียกร้องเพราะเข้าใจในความต่าง และยอมรับแต่โดยดี


    เป็นหน้าที่


    แม้จะรู้ตัวว่าไม่ใช่ที่ของเรา

    November 13

    *Happy Oke*




    POLAROID





    *พบกันใหม่โอกาสหน้า คริสต์มาสละกันนะ
    Wink


    เย้าฮู ย่านคนจีน

     
    ฮาโหลๆ
     
    อยู่ไหนกันน่ะ
     
    เย้าฮู
     
    ที่ไหนนะ!?
     
    เย้าฮูงัย เย้าฮูย่านคนจีนอะ
     
    หา???
     
    เย้าฮู ที่อยู่ข้างๆ ยัสพลูอ่า
     
    ?????
     
    เย้าฮู ที่อยู่ข้างๆ ยัสพลูอ่า ที่มีเซ่นเวอยู่หน้าซอย
     
    อยู่ใกล้ๆกับทะวาวทินงัย ไม่รู้จักหรอ
     
    อะไรรร พี่แอร์พูดอะไรรร
     
    ก้อยู่เย้าฮูงัย เอ๋ต้องนั่งรถมาที่อาคเตอปินก่อน
     
    แล้วก้เดินมา เพราะรถมันมาไม่ถึง
     
    ออกมาทางประตูชากเรียงอะ
     
    มันเปลืองงงงงงงงงง
     
    Baring teeth
     
    อ่ออ ฮะๆๆ (-.-" )( "-.-)
     
    อยู่ยูเฮ้าชั้น3มาเลยๆ 555
     

    ตรงจุดเกิดเหตุ

     
    วันลอยกระทงอีฟ
     
    ณ สะพานดาว
     
    วู้ววววววว วู้วววววว วู้ววววววว วู้วววววว
     
    พี่ฟีม - เฮ้ย!!!
     
    ฝ้าย - เฮ้ย!!
     
    ป้าโบ - เฮ้ย!
     
    เดียร์ - เฮ้ย!
     
    เอ๋ - เฮ้ย!
     
    หน่า - เฮ้ย!
     
    พัตต์ - หา?!? อะไรกันหรอๆๆๆ  ...ก้เค้ามองไม่เห็นอ่ะ!!
     
     
    September 09

    เหนื่อย

     
    ไม่ได้เข้ามาดู มาอัพซะนาน
     
    สเปซเก่าๆนี่ก้แปลกใหม่ได้เหมือนกันเนอะ
     
    ตอนเป็นเด็กนี่มันดีจริงๆ
     
    ใช้ชีวิตสนุกสนาน มีความสุขดีอยู่
     
    แก่มากแล้ว จะจบแล้ว (หวังว่าอะนะ)
     
    หลังจากที่ตัดสินใจผิด
     
    พลาด มากๆ
     
    เบื่อแล้ว เหนื่อยหน่าย ทำไม่ได้ ไม่อยากทำ
     
    สนุกแค่บางคราว
     
    หน้ากาก??
     
    อึดอัด
     
    อีกแล้ว
     
    คนละสถาณการณ์
     
    คนละอารมณ์
     
    ผลก้ต่างกัน
     
    แรงจูงใจหายไป
     
    ทำให้ห่าง ไปเรื่อยๆ
     
    และตอนนี้
     
    โง่ลง
     
    มาก
     
    ถ้าเรียนไม่จบจะมีงานทำมั๊ยเนี่ย
     
    ถ้าใครมีคาถาหายตัวบวกกับลบความจำได้ก้เอามาให้ลองๆใช้บ้างก้ดีนะ
     
    แต่ก็เอาเถอะ อีกไม่นานเท่านั้น
     
     
    June 23

    รับสมัคร

     
    รับสมัคร
                       คนซับน้ำตา
        
         
    April 14

    หนีร้อน

     
     
    16.04.08
    BA10 BKK00.20 GLA09.50
     
    หนีๆๆๆๆ หนีทุกอย่าง
     
    ได้หนีร้อนซะที
     
    ใครเรียนก้ตั้งใจเรียนไป ทำงานก้ตั้งใจทำงานไปนะ 555
     
    เป็นกำลังใจให้ ^^
     
    แล้วจะเที่ยวเผื่อนะทุกคน
     
    เจอกันอีกสามอาทิดข้างหน้า
    February 09

    ...

     

    บทเพลงบางเพลงมีผลต่อความรู้สึกของเรา


    ถ้อยคำบางคำมีผลต่อความรู้สึกนึกคิด


    กริยาบางอย่างทำให้เราหวั่นไหว


    อะไรที่ไม่ได้คาดคิดจะทำให้เราประหลาดใจ


    สิ่งที่ทำไปก็ไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ


    แล้วก็นำมาซึ่งความประหลาดใจ

     

    และความรู้สึก...แย่

    January 25

    เพราะ ดี นะ

     
     
     
    เพราะฉะนั้นจึงรักกันเช่นฉะนี้
     
     
     
    January 04

    ?????

     
    สำนักเลขาตึกคณะ : น้องลองไปถามที่การคลังดูนะครับ
     
    การคลัง : พี่ว่าน้องไปถามสำนักทะเบียนดีกว่านะคะ
     
    สำนักทะเบียน : น้องต้องไปติดต่อที่คณะให้รับผิดชอบนะคะ เพราะมันเป็นความผิดเค้า
     
    เรา : ??!?!?!?!?!???
     
    อยากถามว่าเรากดลงทะเบียนไม่ได้เพราะคณะส่งวิชาไปให้สำนักทะเบียนไม่ทันเค้าเลยไม่ให้กด
    เราต้องยื่นใบฟ้าลงทะเบียนล่าช้า
    แล้วใครเป็นคนต้องรับผิดชอบจ่ายค่าปรับล่าช้า????
    December 26

    นะ

     
     
    ต่างมุม
     
     
     
    คิดถึง
     
    "เพื่อน"
     
    นะ
     
     
    เข้าใจเราด้วย
     
    December 10

    to: MD.Band

     
    start with love and caring with attend and patients
    day by day, year by year
    finally we found a unique graceful flower
    that blooming in our heart
    one day we joining to be a wonderful garden
    and let the world appreciate our graceful garden
    "holding each others and growing together"
    MD.Band
    By A'Prapon Pisaipan
     
    พออ่านสเปซบีอันเก่าๆก้ทำให้คิดถึง
     MD.Band
    ว่าจะกลับบ้านไปดูซีดีเก่าๆที่วงเล่น
    ก้ไปเจอการ์ดอวยพรปีใหม่ปีสุดท้ายที่โรงเรียนของเราที่'จารประพนธ์ให้
    พออ่านแล้วนึกถึงวงตอนนี้
    วงของเราพัฒนาขึ้น เปลี่ยนไปมากจริงๆ
    ไม่มีภาพเก่าๆที่เคยเห็น มานอนเล่น วิ่งเล่น อ่านการ์ตูนกันในห้องดุ
    เพลงที่เคยเล่นแล้วทุกคนกังวลว่า จะล่มมั๊ยวะๆ ทุกงาน ก้เริ่มดูดีขึ้น
    มีงานต่างๆให้เล่นเยอะขึ้น เป็นที่ยอมรับของคนอื่นมากขึ้น
    (จะว่าไปคิดถึงพี่คิมจังเนอะ)
    ทุกอย่างดูจริงจังขึ้น ถามว่าดีมั๊ย ก้ดี ถึงงานจะออกมาดีกว่าเดิม
    แต่ว่าก้ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นนอกจากมีแต่จะรู้สึกแย่กันเปล่าๆ
    เพราะไม่มีใครตั้งใจจริง ทำไปโดยไม่มีจุดมุ่งหมายไม่มีเหตุผล
    ไม่ได้รู้สึกดีด้วยซ้ำ เลยไม่มีใครทุ่มเท
    ที่สำคัญคนเก่าๆหลายคนต้องเสียใจเพราะสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
     
    "วงดนตรีวงเล็ก เล่นเพลงง่ายๆแต่ไพเราะด้วยหัวใจดวงเดียวกัน
     วงดนตรีวงใหญ่ เล่นเพลงยากๆ ออกมาไพเราะมากกว่า แต่หัวใจคนละดวง"
    นี่คือสิ่งที่รู้สึก หลังจากค่ายดนตรีค่ายแรกของพวกเรา
    ถึงแม้ว่าวงจะใหญ่ขึ้น มีเครื่องเยอะขึ้น มีเครื่องสายเพิ่มเข้ามา
    มีโอกาศได้แสดงความสามารถเพิ่มขึ้น
    แต่ไม่อยากให้สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันหายไปนะ
     
    ตอนนี้เราก้ออกมาเป็นคนนอกอย่างเต็มตัวตั้งเกือบสองปีแล้วสินะ
    แต่เวลาเรากลับเข้าไป ก้ยังรู้สึกได้ว่าที่นี่เป็นที่เดียวที่มีที่ให้เราเสมอ
    ถึงจะแทบไม่ได้เข้าไปเลย และก้คงไม่ได้เข้าไปอีก
    ดูแลกันดีๆนะ ดูแลวงดีๆ ดูแล'จาร กะครูปิ่นด้วย
    โตขึ้นแล้วก้อย่าลืมตอนเป็นเด็กละ
     
    รักMD.Bandเสมอ
    แค่อยากบอก
    จาก Dear อดีต Trombone
     
    ถ้าใครอ่านมาจนจบแล้วงงก้แปลว่าไม่ได้อ่านชื่อเรื่องนะคะ "to: MD.Band"
     
    ส่วนคนที่ไม่งง แค่อยากระบายน่ะ
    เพราะก้คงมีคนอ่านแค่คนเดียวเหมือนเคย ใช่ป่ะเธอ
    November 02

    ไปๆๆ

    อยากเที่ยวแล้วววววววววววววววว
     
    ปิดเทอมน้อยเกินไป
    ปิดไม่ถูกเวลาอีก
    คนอื่นเค้าเปิดไปหมดแล้ว
     
    อดๆๆๆ
    อดหมดเลย
    แย่มากๆ
     
    ------------------------------------------
    มันเป็นความทรงจำที่ดีจริงๆนะ
    คิดถึงทุกคนเลยอะ
     
    หนังสือ "ปริศนาตลาดนัดราตรี" ของ tsunekawa kotaro
    "ในตลาดนัดราตรีมีสืนค้าน่าตื่นตาตื่นใจวางเรียงรายให้ค้นหา
    ที่ตลาดนัดแห่งนี้รับซื้อขายแม้กระทั่งร่างกาย ชีวิต และโชคชะตา
    ขอให้มีเงินมาก้ซื้อได้ แม้กระทั่งความฝัน
    และหากไม่มีเงินก้ต้องเอาสิ่งมีค่าเทียมกันมาแลก
    หากไม่คิดจะซื้อสิ่งใด...
    อย่าคิดว่าตลาดนัดแห่งนี้จะเปิดให้คุณออกไป"
     
    ตัวเอกของเรื่อง  ซื้อสิ่งที่เค้าเรียกว่าทักษะการเล่นบาสเก็ตบอล
    แลกกับน้องชายตัวเองเพื่อที่จะได้ออกไปจากตลาดนั่น
     
    ถ้ามีที่อย่างตลาดนัดราตรีจริงๆจะดีมั๊ย
    ถ้าเราได้ไปจริงๆจะซื้ออะไรดีละ
    อดีต ความสุข หรือว่าความฉลาดดี หรือว่าอะไรดีอะ
    ถ้าเอาเป็นเวลาจะมีขายมั๊ยอะ
    แต่ที่ก่อนอื่นจะเอาอะไรไปแลกดี *ของที่นี่ถ้าไม่แพงจนซื้อไม่ไหวก้เป็นของที่ซื้อมาแล้วไม่รุ้เอาไปทำไร*
    ถ้าเอาน้องไปแลกก้คงจะดูเป็นพี่ที่แย่ไปเนอะ
    แล้วมีไรไปแลกละ
     
    October 13

    ฝน

    โอยๆๆ
    พายุกระหน่ำ
    ไปไหนมาไหนลำบากเหลือเกิน
    ฝนตกหนักมากมาย
    เตรียมซื้อเรือได้แล้วนะเนี่ย
     
    ฝันร้ายๆเหมือนกันมาสามครั้งแล้ว
    พยายามผูกคอตาย บ้าไปแล้ว
    น่ากลัวจิงๆเลย
     
    เวลาผ่านไปเร็วมาก
    จะปิดเทอมแล้ว-อาทิดเดียวเรียกว่าปิดเทอมได้มั๊ยเนี่ย
    ไปไหนดี เที่ยวๆๆๆ ไปกันๆๆ
    ไปเอาเรื่องรกสมองออกกันหน่อย
     
    แต่ตอนนี้ต้องสอบก่อน
    อ่านหนังสือๆๆๆๆ
    แต่ก่อนอ่าน ดูหนังฟังเพลงผ่อนคลายสมองเตรียมตัวก่อนดีกว่าเนอะ 555
     
    อย่าเครียดเลย
    ปวดหัวเปล่าๆ
     
    ขอให้โชคดีในการสอบนะทุกคน
    ตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ
    สู้ๆๆๆ
     
     
     
    September 18

    แย่อ่ะ

    โอยยย
    น้ำท่วมห้อง
    น้ำนองเต็มพื้น
    เข้ามาได้งัยเนี่ย
    ชั้นสี่นะ
    ฝนตกหนักเกินไปแล้ว 
    หอเรานี่มันเน่าจิงๆ
    หอเอเชี่ยนเกมส์หมดอายุการใช้งานจริงๆแล้วสินะ
    September 13

    งง งง งง งง

    เปิดเทอมมาสองอาทิด
    ชีวิตเรียบง่าย เป็นงงๆ
    ไม่มีไรน่ายินดี เเละก้ไม่มีไรน่าเสียใจ
    อ่า เกือบลืม ยินดีกับพี่ๆที่เรียนจบแล้ว
     
    เวลาผ่านไปเร็วมากจิงๆ
     
    การเห็นค่าของการตั้งใจเรียนช้าไป
    ทำให้เสียดายโอกาสจิงๆ
    มาคิดได้ตอนนี้ก้สายไปละ
     
    ไม่มีจุดหมายในชีวิต
    หาตัวเองไม่เจอ
    ไม่มีที่อยุ่
     
    ไม่เคยทำได้อย่างที่ตั้งใจสักที
    น่าเบื่อจิงๆ
     
    ทำไมเราโง่ขนาดเน้
     
    คนเรานี่โง่ลงได้จิงๆนะ
     
    * เฮ้อ แต่อย่างน้อยก้ยังมีข้าวกินเนอะ
     อ้อ แล้วก้มีเกมส์กะทะบินให้เล่นด้วย สนุกๆ
    August 08

    ---08-08-07---

     

    จาก  08-08-88

     

    สิบเก้าปีแล้วสินะที่เราใช้ไปน่ะ เร็วจิงเนอะ

     

    ขอบคุณ ทุกคนและทุกอย่างแล้วกันนะคะ

    ที่เข้ามาเป็นส่วนนึงในชีวิตทำให้เราใช้ชีวิตอยุ่รอดปลอดภัยอย่างมีความสุขดีมาจนถึงสิบเก้าปีแล้ว

     

    ขอให้มีความสุขสมหวังกันทุกคนนะ

     

    แล้วก้ขอโทดด้วยนะคะ ถ้าหากว่าเราทำอะไรพลาดไปให้ใครต้องไม่พอใจ ผิดหวัง เสียดาย หรือว่าเสียใจอ่ะ

     

     

    ******************************

     

    เพลงนี้เพราะดีนะ

    Le Festin ~Ratatouille (Michael Giacchino)

    Les rêves des amoureux sont comme le bon vin
    Ils donnent de la joie ou bien du chagrin
    Affaibli par la faim je suis malheureux
    Volant en chemin tout ce que je peux
    Car rien n’est gratuit dans la vie.

    L'espoir est un plat bien trop vite consommé
    À sauter les repas je suis habitué
    Un voleur, solitaire, est triste à nourrir  
    À nous, je suis amer, je veux réussir
    Car rien n’est gratuit dans la vie.

    Jamais on ne me dira que la course aux étoiles, ça n’est pas pour moi
    Laissez-moi vous émerveiller, prendre mon envol
    Nous allons enfin nous réga . . . ler

    La fête va enfin commencer
    Et sortez les bouteilles, finis les ennuis
    Je dresse la table, demain nouvelle vie
    Je suis heureux à l'idée de ce nouveau destin
    Une vie à me cacher, et puis libre enfin
    Le festin est sur mon chemin
    Une vie à me cacher et puis libre enfin
    Le festin est sur mon chemin. . . .

    July 18

    อีกไม่นานเราก้จะต้องตายจากกันแล้วนะ

    โดย น้าเน๊ก ......
    เกตุเสพย์ สวัสดิ์
    ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

     

    คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี
     
    1 ปี เท่ากับ 365 วัน
     
    แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
     
    คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
     
    ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม.........
    ไม่ เลว
    3,120 สัปดาห์
     
    อุแม่เจ้า........แสดงว่า
    เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
     
    คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
    แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน
    เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
    เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย
    และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ
    แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
     
    ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน

    เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
    หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
    ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
     
    พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป
    โอ๊ย..... กลุ้ม
    สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
    น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ
     
    ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
    แน่นอน 1 ปี ยัง เท่ากับ 365 วัน
    นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ
     อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะ ด้วยซ้ำ!
     
    อุแม่เจ้าเทค 2
    คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง
     สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
    คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู
    กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
    เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
     
    นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว
     
    นี่ไม่ใช่ปรัช­างี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่ เราไม่ค่อยได้มองมัน
    เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ
    17 ปี
    แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
    และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น
    ......
    คำนวณเองบ้างซิว้อยย.....
    เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลือ อยู่
     
    ผลลัพธ์ที่ได้
    เราจะทำยังไงกับมันดี.....
    แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ
    นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
     
    เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า " เงินเดือน "
    บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ
     ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
    ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน
    เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า กูจะเป็นอะไรดี
     
    บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น

    ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
    แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน
    ทุกวัน ทุกวัน
    บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
    ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่  งอนการกุศล
    ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
     

    และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา "
    ชีวิตมันว่างจัด
    ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
    บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
    เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
     
    อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ......แล้วนะ
    ลองคิดแบบนี้บ้าง
    ใช่แล้ว ....เราจะเกิดความเสียดาย
    เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
     
    ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
    ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
     
    แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ...

    ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
     
    และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
    มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
    เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
     
    ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
     
    ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
     
    ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว

    เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง
    รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
     
    ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว 
    ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
     
    กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
     
    นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
    เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล
     
     
    อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
    รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ ทำ
    เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่


    ----เราทำไม่ได้อ่ะ----